ดูซีรี่ย์: 13 Reasons Why SS4 The Final Season

ดูซีรี่ย์: 13 Reasons Why SS4 The Final Season (13 บันทึกลับหัวใจสลาย ซีซั่นสุดท้าย) เมื่อความทุกข์ทนของคนเป็นวัยรุ่นก็มาถึงปลายทางสักที สำหรับ ซีรีส์แนวดราม่าวัยรุ่นสะท้อนสังคมไฮสคูลแบบอเมริกันที่สร้างจากวรรณกรรมเยาวชนในเน็ตฟลิกซ์ ที่ใครหลายคนถึงกับต้องยอมให้กับเนื้อหาที่แสนใจสลาย กับชะตากรรมของตัวละคร ทั้งเหยื่อ และผู้กระทำ และด้วยกระแสตอบรับที่เกินคาด ทำให้มันเกิดซีซั่นต่อมาอีก สองซีซั่นที่ไม่อิงกับวรรณกรรมอีกต่อไป และนั่นก็เป็นที่มาของคำวิจารณ์ที่มีทั้งแง่บวกและแง่ลบในหมู่ผู้ชมและแฟนซีรีส์ที่ติดตามมาตลอด รวมถึงผมตั้งแต่เน็ตฟลิกซ์เริ่มจะบูม ๆ ไม่แน่ใจว่าปี 2017 หรือเปล่า ผมได้ดูเรื่องนี้และผมก็รู้สึกหดหู่ใจกับชะตากรรมของพวกเขามาก ๆ และผมก็ติดตามเรื่องนี้มาตลอด 3 ปี จนถึงปี 2020 หรือปีนี้นี่เอง

ผมคงปฏิเสธไม่ได้ว่ามันออกทะเลในทุกซีซั่นที่ออกมาหลังจากซีซั่นแรก เพราะการที่ซีรีส์นี้ถูกเขียนบทเพิ่มเข้ามาใหม่ ทั้งในส่วนของปม และตัวละคร มันได้ทำให้เกิดการสวนทางกับทิศทางที่ซีรีส์เคยเป็น จากที่เล่าถึงความทุกข์ของสาวไฮสคูลผ่านเทปที่รวมเหตุผลที่ต้องฆ่าตัวตาย 13 ข้อ สู่การตามล่าหาความจริงอีกด้าน การปล่อยวาง การแก้แค้น ทรยศ และหักหลังกันระหว่างกลุ่มวัยรุ่นที่ดูยังไง๊ยังไงมันก็หลุดคอนเซปต์ บันทึกลับหัวใจสลายไปจริง ๆ หากแต่ปมพวกนี้ที่พอทำให้เข้าใจได้ เพราะตัวละครเหล่านี้ก็ล้วนใจสลายไม่ต่างกับคนที่ตายไปแล้วเช่นกัน ทำให้ทีมนักแสดงเป็นส่วนสำคัญในการถ่ายทอดอารมณ์ เรื่องราว บรรยากาศ ความสัมพันธ์และเคมีที่ทำให้ซีรีส์ยังคงดำเนินอยู่ได้ ท่ามกลางความสับสนวกวน จนคนหลายบอกให้จบไปซะ ไม่ก็อย่าทำต่อเลย แต่ในที่สุดแล้ว นี่อาจจะเป็นสิ่งที่ทุกคนรอคอยอยู่มาตลอดก็ได้ กับการส่งท้ายมหากาพย์วัยรุ่นวุ่นฉิบเป๋ง อย่าง 13 Reasons Why SS4 หรือ The Final Season นั่นเอง

สำหรับเรื่องราวผมจะขอเล่าแค่เพียงในซีซั่น 4 เท่านั้น ถ้าจะอยากรู้อะไรในซีซั่นหนึ่งกับสอง ดูได้ที่นี่ หรือ ในซีซั่นสาม ดูได้ที่นี่ จะได้ทำความเข้าใจ แต่ผมก็อยากจะแนะนำให้ทุกคนไปไล่ดูให้ครบทุกซีซั่นก่อนจะดีมาก ๆ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในซีซั่นนี้ถือเป็นผลพวงที่ส่งต่อกันมาตั้งแต่ต้นเลยก็ว่าได้ ผมเล่าให้ฟัง คุณอาจจะไม่เข้าใจหรือรู้สึกร่วมด้วยสักเท่าไรหรอกนะครับ แต่ถ้าเกิดคุณอยากฟังผมเล่า เพราะงั้นเรามาร่วมส่งท้ายพวกเขาไปพร้อม ๆ กับผมเลยดีกว่าครับ

“13 REASONS WHY THE FINAL SEASON เมื่อ วินสตัน วิลเลี่ยม ชายหนุ่มที่เคยมีความสัมพันธ์รักกับ มอนตี้ อันธพาลวายร้ายที่เป็นต้นเหตุของความวุ่นวายต่าง ๆ ได้ค้นพบความจริงของบางอย่างที่ทำให้คนรักของเขาต้องจบชีวิตลง เขาจึงย้ายมาที่โรงเรียนลิเบอร์ตี้ไฮท์ เพื่อสืบหาความจริงในการยืนยันความบริสุทธิ์และแก้แค้นให้กับคนที่พรากชีวิตคนรักของเขาไปร่วมกับเพื่อนใหม่ ในขณะเดียวกันเคลย์และกลุ่มเพื่อน ๆ โดยมีเคลย์ เจนเซ่น และเพื่อน ๆ ที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นปีสุดท้ายก็ต้องเผชิญหน้ากับภัยคุกคามครั้งสำคัญที่หวังจะพรากอนาคตอันสดใสของพวกเขาไปในวันใกล้สำเร็จศึกษา เคลย์และเพื่อน ๆ จะต้องเผชิญหน้ากับการตัดสินใจที่ยากลำบาก เมื่อความผิดพลาดในอดีตกำลังจะย้อนกลับมาทำลายทุกคน ทั้งตัวเขา และคนที่อยู่รอบตัว บทสรุปของพวกเขาจะจบลงด้วยรอยยิ้ม หรือ การสูญเสีย กันแน่”

หากซีซั่นก่อนเป็นการ “สำรวจจิตใจของคนเรา ผ่านสิ่งที่มองได้ด้วยตา” คราวนี้จะเป็นการ “เผชิญหน้ากับจิตใจภายในของคนเรา” ผ่านตัวละครของเคลย์ ตัวเอกหลักประจำซีรีส์ที่ต้องแบกรับทุกอย่าง ต้องสูญเสียคนที่รักไปมากมาย จนเขายอมทำทุกอย่างเพื่อที่จะปกป้องเพื่อน ๆ ไม่ว่าจะผิดจะถูก จนมันเป็นเหตุให้อาการทางจิตของเขากำเริบ จนทำให้ชีวิตของเขาต้องวุ่นวาย ยิ่งเมื่อสังคมรอบตัวเริ่มตัดสินเขา ชีวิตของเขาก็ยิ่งเหมือนตายทั้งเป็น โดยที่เขาไม่สามารถอธิบายมันออกมาให้ใครรับรู้ได้เลย เหมือนกับแฮนน่าห์ อดีตคนที่เขาเคยพยายามช่วยในตอนที่จะสาย แต่เคลย์ตัดสินใจที่ต่างจากแฮนนาห์ เพราะเขายังมีเพื่อน ๆ ที่หล่อเลี้ยงให้ชีวิตเขายังคงเป็นปกติท่ามกลางความไม่ปกติ และเขาก็พร้อมจะแลกมัน เพื่อให้ทุกอย่างสงบสุข เช่นเดียวกับตัวละครอื่น ๆ ที่รอบนี้ต่างพยายามใช้ชีวิตวัยไฮสคูลแบบปกติ แต่ก็ยังคงต้องพยายามปิดบังการฆาตกรรมที่เคยเกิดขึ้น

กระทั่ง วินสตัน ชายหนุ่มจากซีซั่น 3 ที่เคยมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับมอนตี้ ผู้ไม่เคยได้สัมผัสถึงรักที่แท้จริง เขาหลงอยู่ในวังวนว่าความยุติธรรมต่อมอนตี้ คนรักที่ถูกใส่ร้ายจนต้องถูกฆาตกรรมคือสิ่งที่เขาต้องทำ แต่นานวันเข้าความรัก ความหวังดีที่เขาได้รับจากคนรอบ ๆ ตัว มันทำให้เขาเริ่มลังเล แต่น่าเสียดายที่ผมคาดหวังตัวละครนี้มากไปหน่อย เพราะการที่ซีรีส์ปูตัวละครนี้มาตั้งแต่ซีซั่นสาม แต่การออกมาของเขาไม่ได้มีความลึกเท่าไหร่ แต่พอได้เห็นความรู้สึกที่ใจสลายจากการสูญเสียคนรัก มันก็ทำให้การตัดสินใจตอนท้ายของเขาน่านับถือ แต่กว่าจะถึงตรงนั้นมันก็ได้สร้างความหวาดระแวง ไม่แน่ใจ หวาดกลัว ได้ผลักให้พวกเขาต้องพบกับปัญหาของตัวเอง อยากจะบอกว่ารอบนี้ คุณไว้ใจใครไม่ได้เลย ฉากแรกที่เปิดมามันจะเป็นการบอกใบ้ชะตากรรมบางอย่างของตัวละครในเรื่อง ให้ต้องตามเรื่องไปเรื่อย ๆ และขอบอกว่าตัวละครทุกตัวมันไม่มีใครทำให้ผมรู้สึกขัดใจเหมือนที่ดูซีซั่นก่อน ๆ มาแต่อย่างใด อาจเพราะผมติดตามพวกเขามาสามปีด้วยล่ะมั้ง

สังคมไฮสคูลที่อเมริกาทุกวันนี้มีแต่ความรุนแรงที่เกิดขึ้น ทั้งการกลั่นแกล้งจนไปถึงการล่วงละเมิดทางเพศนำไปสู่การก่อเหตุยิงปืนกลางโรงเรียน ซีรีส์ได้ขยายภาพของซีซั่น 2 ที่ตัวละครหนึ่งเคยมีปัญหานั้นจนตัดสินใจที่จะก่อเหตุทำร้ายคนอื่น ให้ออกมาผ่านเหล่าผู้ใหญ่ ที่เริ่มหวาดกลัว และไม่ไว้ใจให้เหล่าวัยรุ่นอยู่กันตามลำพังเหมือนกัน จึงได้ใช้ระบบเทคโนโลยีและกฏหมายใหม่ในการควบคุมวัยรุ่นให้อยู่ในโอวาท มีแอพติดตาม มีตำรวจคอยคุมอยู่แถวทางเดิน ตรวจกระเป๋าก่อนเข้าเรียน แต่พวกเขาอาจลืมไปว่าวัยรุ่นก็คือวัยรุ่น พวกเขาอาจจะใช้ชีวิตที่ผิดพลาด พวกเขาก็ยังเป็นวัยรุ่น พวกเขาสามารถที่จะมีชีวิตรอดอยู่ได้ตราบใดที่พวกเขายังมีความเชื่อมั่นในตนเอง และบางครั้งวิธีการที่ผู้ใหญ่ใช้ อาจทำให้เกิดผลเสียตามมา เท่าที่ดูมา 10 ตอน ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมถึงต้องมีสิบตอน เพราะมันอิ่มครบสมบูรณ์จริง ๆ ในช่วง 5 ตอนแรก ผมได้เรียนรู้ความผิดพลาดที่เหล่าตัวละครต้องแบกรับ และในช่วง 5 ตอนหลัง ถ้าเราเลือกเป็นคนที่ดีกว่า ยังไงก็มีชีวิตใหม่ได้ ซึ่งมันก็คือสิ่งที่ตัวละครในเรื่องพยายามจะเป็น แม้ว่าจะเป็นการทำร้ายจิตใจใครบางคนก็ตาม แต่มันก็ดีที่ได้เรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตเป็นของตัวเอง
เหตุผลที่ทำให้คนเจ็บปวด

ซีรีส์ได้ใส่ตัวละครใหม่เข้ามาสองตัวคือ ดีเอโก้ เด็กหนุ่มทีมฟุตบอลสุดใจร้อนที่เคารพรักในมอนตี้ยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด แม้ว่าสิ่งที่มอนตี้ทำจะผิดพลาด แต่เขาก็ยังเชื่อว่าไม่ควรมีใครตาย เขาพยายามใช้ความอคติ กับความแค้นบ่อนทำลายคนรอบ ๆ ตัว เพียงเพราะเขาเชื่อว่ามอนตี้บริสุทธิ์ ซึ่งทำให้เขาได้ใช้ความรุนแรงในการทำร้ายคน ไม่รู้เหมือนกันว่าเพื่อความสบายใจหรือเพื่อมอนตี้ แต่นั่นทำให้เขารู้ว่า ถ้าสุดท้ายแล้วความรักจะกัดกร่อนความแค้นในใจของเขา มันสามารถทำได้อย่างไม่มีเงื่อนไข

เช่นเดียวกับ เอสเตลล่า น้องสาวของมอนตี้ผู้ที่พยายามจะช่วยเหลือคนอื่นที่เคยเจ็บปวดเพราะพี่ชาย แม้ว่าตัวเองจะต้องเดือดร้อน หรือตกระกำลำบาก แต่เธอก็พร้อมที่จะสนับสนุนทุกคน เธอรักพี่ชายของเธอมาก แต่เธอก็รู้ตัวเองว่าเธอไม่สามารถทำอะไรได้แล้ว แม้ตัวละครนี้จะไม่ได้มีอิมแพ็คมากเหมือนดีเอโก้ แต่ก็ทำให้รู้ว่า เธอเองเจ็บปวดไม่แพ้กับคนอื่น ๆ แต่เธอเลือกที่จะปล่อยวางและมีความสุข เหตุผลทั้งหมดที่เราสามารถทำได้เพื่อคนอื่นมีอยู่สองอย่าง มันคือ ความรัก และ ความเกลียด ซึ่งเราจะเลือกทางไหน ก็อยู่ที่ความรู้สึกเหล่านั้น และมันก็ผลักดันให้ตัวละครมุ่งหน้าไปตามเส้นทาง เหมือนกับการที่จะเรียนต่อ หรือ ไม่เรียนต่อ ถ้าเรามีจุดมุ่งหมายและความตั้งใจ มันก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องลังเลเลยที่จะทำ
ทีมนักแสดงครั้งสุดท้าย

นักแสดงทั้งหมดของเรื่องทำหน้าที่ได้ดีมาก ๆ เหมือนมีตัวตนอยู่จริง ๆ มีพัฒนาการ ความสำคัญกับเรื่องราวในทุกฉาก อีกทั้งการแสดงที่สุดขั้วตั้งแต่ตัวเอกหลักจนถึงตัวรอง ๆ ก็ทำได้ดี สื่ออารมณ์ใจสลายออกมาได้ และขอพูดถึงอานีที่ซีซั่นก่อนผมไม่ค่อยโอเค มาคราวนี้คนเขียนบทสามารถเขียนให้เธอเป็นที่ชื่นชอบได้มากขึ้น มีมิติที่น่าสนใจทำให้ตัวละครเธอกับตัวละครอื่น ๆ เชื่อมโยงกันได้ อาจเพราะไม่มีเรื่องของการเปิดตัวเธอที่มันแปลก ๆ ในซีซั่นก่อน แต่เธอออกมาเป็นฮีโร่มากกว่าที่เธอเป็นในซีซั่นก่อน และผมได้เห็นสิ่งที่ทำให้เธอต้องใจสลายไม่แพ้กับคนอื่น ๆ เธอไม่น่ารำคาญและเป็นตัวละครที่ทำให้ความสัมพันธ์ของทุกคนยังคงอยู่ ในขณะที่ดีแลน มินเน็ตต์ ในบทเคลย์ ยกระดับความคลั่งจนถึงขีดสุด จนอยากถามว่าต้องมีฉากแบบนี้ตลอดทุกซีซั่นเลยเหรอ แต่พอซีนเศร้าเขาก็ทำได้ยอดเยี่ยม และเรื่องราวทุกอย่างที่ดำเนินมาทั้งหมด ผมก็รู้สึกดีใจที่อย่างน้อย ไม่ว่าจะเป็นยังไง ชีวิตก็ต้องเดินหน้าต่อไป แต่เราจะไม่ลืมสิ่งที่เราเคยทำ ขอแค่เรามีความสุขเหมือนที่ตัวละครอื่น ๆ มีความสุขก็พอแล้ว และนักแสดงเหล่านี้เองที่ทำให้เรื่องราวที่แสนใจสลายนี้จบลงได้อย่างสมบูรณ์ เหมือนที่พวกเขาได้เรียนจบไป ใช่ พวกเขาเรียนจบ แต่ก่อนหน้านั้นเกิดอะไรขึ้น ผมคงบอกไม่ได้
เหตุผลที่คุณต้องดู 13 บันทึกหัวใจสลาย ซีซั่นสุดท้าย

ถ้าคุณเป็นแฟนที่ติดตามมาถึงซีซั่น 3 และรู้สึกว่ามันควรจะจบ ผมอยากให้คุณคิดใหม่ เพราะซีซั่นนี้ดีเทียบได้กับซีซั่นแรก ถ้าผมเรียงคงจะเป็น 1-4-3-2 ผมรู้สึกว่าเขาปิดฉากตัวละครได้อย่างสมบูรณ์ ไม่มีซีซั่นต่อไปแล้ว แต่ถ้าคุณคิดว่าซีรีส์นี้ไม่ใช่แนวทางที่คุณต้องการก็ไม่เป็นไร แต่ถ้าคนที่อยากจะสัมผัสเรื่องราวเทา ๆ ของวัยรุ่นที่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดต่อปัญหา ความสูญเสีย และการหาความหวัง คุณอาจจะชอบ มันอาจจะไม่ได้ตื่นเต้น เร้าใจแบบที่ซีรีส์เรื่องอื่นเป็น แต่ทุกช่วงอารมณ์นั้นมันมีความหมายจริง ๆ ผมคิดว่าชีวิตคนเรามันสวยงาม เพราะงั้นถ้าคุณอยากมีชีวิต จงมีต่อไป อย่าเพิ่งยอมแพ้ พวกเขาคือสิ่งพิสูจน์ว่าความรักสามารถเยียวยาหัวใจที่สลายได้ แต่คุณอาจจะต้องเตรียมใจหน่อย เพราะระหว่างนั้นคุณจะยังต้องเจอเรื่องใจสลายอีกมากมาย และผมก็คงบอกได้ว่าผมชอบมัน อาจจะไม่ได้ชอบมาก แต่ผมก็ดีใจที่ได้ชมมาตลอดซีซั่น ได้เห็นความไม่สมเหตุสมผล ได้เห็นความจริงที่เลวร้าย แต่เราคงเติบโตไม่ได้ถ้าไม่มีมัน เพราะงั้น ถ้ามีเวลาว่างอยากให้ชมกัน ผมบอกไม่ได้ว่ามันดีมากหรือแย่ มันอาจเป็นเพราะผมอินกับประเด็นทางสังคมด้วยล่ะมั้ง และผมก็ไม่อยากให้ปัญหาพวกนี้เกิดขึ้นในสังคม พวกเราควรจะเข้าใจปัญหาของวัยรุ่น อย่าได้เมินเฉย แต่อย่าได้ใช้วิธีแบบผิด ๆ เพราะคุณอาจจะช่วยเขาไม่ได้เลย เพราะงั้นแล้ว จงไปสัมผัสชีวิตจริง ๆ กันได้แล้วครับ